ภายในหนึ่งวัน
เป็นธรรมชาติที่จะต้องมี 24 ชั่วโมงมีทั้งกลางวันและกลางคืน
มีพระอาทิตย์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลางวันมีพระจันทร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลางคืนซึ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นไปโดยธรรมชาติ เป็นเรื่องธรรมดาสามัญเป็นที่สุด และในหนึ่งวัน
มนุษย์หรือคนเราจะต้องนอนอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง แต่ที่จริงแล้ว บางคนอาจนอนแค่วันละ 5
ชั่วโมง หรือ มนุษย์เราก็ต้องนอนเป็น กะ เป็นเวลา เช่น กลางวันทำงานกลางคืนนอนอะไรทำนองนั้น แต่
บางคนก็ทำงาน กะ กลางคืน เช่น ร.ป.ภ
. บางคนอาจไม่นอน อาจเป็นเพราะ ติวหนังสือหรือเหตุผลอีก 108 แต่ท่านผู้อ่านอาจจะแปลกใจ ที่นักเรียนสองคน ในโรงเรียนแห่งหนึ่งชอบท่องราตรีอันยาวนานด้วย notebook
แค่คนละเครื่องโดยการเล่น
facebook และ
youtube ไปพลางๆโดยขาดมันไม่ได้
โดยเอาเวลาส่วนมากในเวลากลางวัน
ซึ่งเป็นเวลาที่ต้องเรียน
แต่ทำไงได้ละ ก็มันง่วงนี้หน่า ใครก็ได้หายาแก้ง่วงให้ผมที ถ้าไม่อยากหลับในเวลาเรียน ง่ายนิดเดียวค่ะ จู่ๆก็มีเสียงคุณครูวิชาคณิตศาสตร์ขึ้นมาในหัวสมอง ที่กำลังเบลออยู่ ด้วยความที่กำลังเบลอก็ไม่ได้คิดอะไร จึงถามกลับไปว่า ทำไงดีครับ คุณครู ทันใดนั้น ก็มีเสียงของคุณครูวิชาเคมีมาเคาะที่หน้าโต๊ะเรียน ก็อกๆๆๆ
ตื่นได้แล้ว
เมื่อคืนพวกเธอไปทำอะไรมาฮึ
แล้วนี่มันอะไรกัน “โห อะไรกันเนี่ย ยังไม่รู้คำตอบของครูคณิตศาสตร์เลย เอาไงดีหว่า
งั้นก็เรียนๆไปแล้วกัน”
เด็กหนุ่มสองคนต้องเรียนกันต่อไปโดยที่สมองไม่รับอะไรเลย เอ้ะ
หรือรับหว่า อันนี้ก็ไม่รู้สินะ
เรียนๆไปเดี๋ยวก็จบวันเองแหละ
พอหลังจากเลิกเรียนตอนเย็น ในห้องดนตรีของโรงเรียนนั้น ซึ่งเป็นที่พำนักของเด็กหนุ่มทั้งสองก็ได้มีเสียงดังขึ้น เตรงๆๆๆๆๆ
ตุ้มโมงๆๆๆๆๆๆ “โหซ้อมทุกวันเลยไอเด็กพวกนี้
มันซ้อมดนตรีไทยกันอีกแล้ว”เสียงเด็กหนุ่มได้คิดขึ้นในใจ ทั้งที่ตัวเองกำลังหมกมุ่นอยู่กับ facebook
นั่งรัวแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อย่างเมามัน ทันใดนั้ก็เกิดปฎิกิริยาเกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มทั้งสองคน “โถโว้ย อะไรกันนักกันหนา เอ็มมี่จังปิดเน็ตจริงๆ โครตขี้หวงเน็ตเลย เน็ตก็ไม่ใช่ของตัวเอง”เด็กหนุ่มพูดไปพลางโมโหด้วยกัน พร้องกับเสียงดนตรีที่บรรเลงไปกันอย่างสนั่นหวันไหวในห้องดนตรีอยู่นั้นเอง
สามทุ่มผ่านไป
ไวเหมือนโกหก
การซ้อมที่ฟังแล้วรู้สึกปวดหัวก็จบลง
แต่พายุใหญ่ที่โหดกว่านั้นนกำลังจะถาโถมเข้ามา นั่นคืการออกกำลังกายที่แสนจะโหดหฤหรรษที่กำลังรอเด็กหนุ่มคนหนึ่งอยู่ ส่วนอีกคนหนึ่งก็ได้เตรียมเครื่องดนตรีของตัวเอง เพื่อจะเตรียมตัวเป่าในเวลากลางคืน และระหว่างนั้นก็หมกมุ่นอยู่กับ facebook ไปพลางๆ หลังจากการออกกำลังกายอันโหดหฤหรรษได้เริ่มขึ้นซักพัก ทันใดนั้น
เสียงอันน่าสยดสยองก็ได้เริ่มต้นขึ้นตามมา
“มันโรคจิตหรือไงกัน
ตอนที่กำลังออกกำลังกายกันมันดันเป่า
ทำไมตอนที่อยู่กันดีๆมันไม่เป่าวะ”
เด็กหนุ่มพูดขึ้นกับคุณครูที่กำลังออกกำลังกายด้วยกับ พลางหงุดหงิด ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง การออกกำลังกายก็สิ้นสุดลง เด็กหนุ่มมีความรู้สึกเหมือนตัวเองโดนปลดปล่อยออกจากเครื่องพันธนาการ “เย้ ในที่สุดก็เสร็จซักที”เสียงดนตรีที่น่าหนวกหูก็หายไป คุณครูก็ได้นอนตามภาษาของคนที่ต้องนอนตอนกลางคืน ต่างจากเด็กหนุ่มมทั้งสองคนอย่างสิ้นเชิง หาที่นอนที่แปลกพิศดาร คือ ปูผ้าห่มแล้วนอนลงพร้อมกันกับเอาnotebookนอนหลับไปด้วยกัน หลังจากนั้น เด็กหนุ่มทั้งสองก็เริ่มทำการหม้อสาวใน facebook
ทั้งที่ facebook ในเวลานั้น แทบจะไม่มีใคร
on อยู่เลยแต่เขาก็บากบั่นเล่นต่อไปโดยทิ้งอาการง้วงหงาวหาวนอนออกไป จนแล้วจนรอด
ทั้งคนทั้ง notebook ก็หลับไปพร้อมกันแบบที่ไม่รู้ตัว
พอตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
คุณรู้หรือไม่ ว่าอะไรหายไป
.............”โถโว้ย คอมตรูหายไปไหนวะ อย่าให้รู้นะว่าใครเอาคอมตรูไป
เด็กหนุ่มทั้งสองคนพายายามค้นหาคอมอย่างแทบจะพลิกแผ่นดินของห้องดนตรีเลยทีเดียว จนถึงสุดท้ายและท้ายสุด พอไปเปิดผ้าห่มดู ปรากฎว่า
notebook ดันมาอยู่ในผ้าห่มนั่นเอง “อ๋าว เออเนอะ
ขอโทษครับ ผมลืมไป มันอยู่ในผ้าห่มนี่เอง”อิ
อิ อิ...............