วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2557

นิทานอยากเป็นเศรษฐี


นิทานเรื่องนี้เล่าต่อกันมานานแล้ว:
มีครอบครัวชาวนาที่ยากไร้อยู่ครอบครัวหนึ่ง  ซึ่งอยู่ติดกันกับคฤหาสของเศรษฐีที่ร้ำรวยมาก  ชาวนาจึงอยากที่จะเป็นเศรษฐี  จึงได้ขอร้องกับเศรษฐีให้รับบบุตรของตนไปเรีนการเป็นเศรษฐี  เศรษฐีก็ตอบรับคำแล้วได้พาบุตรของชาวนาไปในคฤหาสของเขา
ซึ่งใหญ่โตมากและได้พาไปที่ห้องรับประทานอาหาร
เศรษฐีบอกกับคนรับใช้ว่า  เจ้าจงไปเตรียมอาหารมาโดยเร็ว  ขอเป็นสำรับใหญ่ๆด้วย  คนรับใช้ก็ได้นำอาหารสำรับไหญ่มาตั้งโต๊ะ  แล้วเศรษฐีก็ได้ถามบุตรของชาวนาว่า?
เราดูเหมมือนเศรษฐีหรือไม่?  บุตรของชาวนาก็ตอบขึ้มาในทันทีสว่า  เหมือนขอรับ  เศรษฐีก็ได้ถามคำถามนี้ซ้ำไปเรื่อยๆพร้อมกับหยิบอาหารอออกจากสำรับทีละอย่าง
จนเหลือเพียงอาหารอย่างสุดท้าย  เศรษฐีก็ได้ถามกับบุตรของชาวนาว่า?  เรายังดูเหมือนเศรษฐีออยู่หรือไม่?  บุตรของชาวนาก็ได้ตอบว่า ไม่เหมือนแล้วขอรับ แต่เศรษฐีกลับตอบกลับมาว่า  ตอนนี้เราดูเหมือนเศรษฐีมากกว่าตอนที่ฉันมีอาหารเต็มสำรับอีกนะ  บุตรของชาวนาก็ถามเศรษฐีว่า เพราะอะไรขอรับ
เศรษฐีจึงได้บอกกับบุตรของชาวนาว่า  ที่ฉันดูเหมือนเศรษฐีตอนที่อาหารของฉันเหลือเพียงอย่างเดียว  เพราะเราไม่จำเป็นที่จะต้องทานอาหารเยออะแยะมากมาย  เพราะต่อให้เราทานอาหารมากมายเราก็ทานไม่หมดอยู่ดี  ทั้งยังทำให้สินเปลืองเสียอีก  แล้วเมื่อไหร่เราจะได้เป็นเศรษฐีกัน  เปรียบเทียบกับเราทานอาหารเพียงอย่างเดียวแต่ไม่สิ้นเปลืองยังจะดีเสียกว่า
ดังนั้นจึงทำให้บุตรของงชาวนารู้ถึงคุณค่าของความประหยัดอดออม  ใช้จ่ายอย่างมีคุณค่า  อยู่อย่างพอเพียง  ในทางตรงกันข้าม  ถ้ายิ่งใช้จ่ายแบบไม่รู้จักพอ  หนทางแห่งเศรษฐีก็จะไม่มีทางเปิดออก
แต่การประหยัดอดออมนี่แหละ  ที่ทำให้เราได้เปิดช่องทางแห่งการร่ำรวยอย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น